top of page

ข้อควรรู้สำหรับการเริ่มต้นขายของออนไลน์ให้ปลอดภัยตามกฎหมาย

  • 1 พ.ย. 2567
  • ยาว 1 นาที

อัปเดตเมื่อ 29 พ.ค. 2568


การเริ่มต้นขายของออนไลน์ให้ปลอดภัยตามกฎหมาย
ข้อควรรู้สำหรับการเริ่มต้นขายของออนไลน์ให้ปลอดภัยตามกฎหมาย

ขายของออนไลน์อย่างไรให้ปลอดภัยตามกฎหมาย

การเริ่มต้นธุรกิจขายของออนไลน์เป็นกระบวนการที่น่าตื่นเต้นและเข้าถึงได้ง่ายในปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม ก่อนที่จะลงมือสร้างร้านค้าออนไลน์และนำเสนอสินค้าของคุณสู่ตลาด การทำความเข้าใจกฎหมายและข้อบังคับที่เกี่ยวข้องถือเป็นรากฐานสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม การมีความรู้ความเข้าใจในกฎหมายเหล่านี้จะช่วยให้คุณสามารถเริ่มต้นและดำเนินธุรกิจได้อย่างมั่นใจ ลดความเสี่ยงในการเผชิญกับปัญหาทางกฎหมายที่ไม่คาดคิดในอนาคต และยังเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับลูกค้าของคุณ การเริ่มต้นธุรกิจขายของออนไลน์โดยที่ยังไม่ได้ศึกษาและทำความเข้าใจข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เปรียบเสมือนการขับรถโดยที่ไม่รู้กฎจราจร ซึ่งอาจนำมาซึ่งปัญหาและอุปสรรคต่างๆ ที่คุณอาจไม่ทันได้ตั้งตัว การมีความรู้ทางกฎหมายจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการทำธุรกิจออนไลน์


เริ่มต้นให้ถูก: เรื่องของการจดทะเบียนธุรกิจออนไลน์

สำหรับผู้ที่เริ่มต้นขายของออนไลน์ การจดทะเบียนธุรกิจอาจดูเหมือนเป็นเรื่องที่ซับซ้อนและน่ากังวล แต่การทำความเข้าใจข้อกำหนดเบื้องต้นจะช่วยให้คุณสามารถเริ่มต้นได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย คุณจำเป็นต้องพิจารณาว่ารูปแบบการขายของออนไลน์ของคุณเข้าข่ายต้องจดทะเบียนในนามบุคคลธรรมดา หรือในนามนิติบุคคล (เช่น บริษัทจำกัด) ซึ่งแต่ละรูปแบบจะมีข้อกำหนดและขั้นตอนที่แตกต่างกันไป


ในกรณีที่คุณเป็นบุคคลธรรมดาที่มียอดขายจากการขายของออนไลน์ไม่เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี คุณอาจได้รับการยกเว้นไม่ต้องจดทะเบียนธุรกิจตลาดแบบตรงกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ตามพระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. 2560  หากการ ขายของออนไลน์ ของคุณเข้าข่าย "การประกอบธุรกิจตลาดแบบตรง" ซึ่งหมายถึงการขายสินค้าหรือบริการโดยการใช้สื่อที่ส่งข้อมูลโดยตรงถึงลูกค้า เช่น อินเทอร์เน็ต โทรศัพท์ หรืออีเมล โดยที่คุณไม่ได้ใช้ตัวแทนขายในการติดต่อกับผู้บริโภคไม่ว่าคุณจะมีเว็บไซต์เป็นของตัวเองหรือไม่ก็ตาม การขายผ่านแพลตฟอร์มต่างๆ เช่น Facebook, Line, Lazada, Shopee หรือช่องทางอื่นๆ ก็อาจเข้าข่ายต้องจดทะเบียนด้วยเช่นกัน ดังนั้น ผู้ที่ขายของออนไลน์ควรตรวจสอบลักษณะธุรกิจของตนเองอย่างละเอียด เพื่อให้แน่ใจว่าได้ปฏิบัติตามข้อกำหนดของ สคบ. อย่างถูกต้อง


เรื่องเงินๆ ทองๆ ที่ต้องรู้: ภาษีสำหรับคนขายของออนไลน์

ผู้ที่ขายของออนไลน์มีหน้าที่ต้องเสียภาษีเช่นเดียวกับผู้ประกอบการอื่นๆ และรายได้จากการขายสินค้าหรือบริการออนไลน์ถือเป็นเงินได้ประเภทที่ 40(8) ตามประมวลรัษฎากร 


หากคุณมีรายได้จากการขายของออนไลน์เกิน 150,000 บาทต่อปี คุณมีหน้าที่ต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด. 90) ปีละ 1 ครั้ง ภายในเดือนมีนาคมของปีถัดไป 


หากรายได้จากการขายของออนไลน์ของคุณเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี คุณจะต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ภายใน 30 วันหลังจากที่รายได้ของคุณเกินเกณฑ์ดังกล่าว หลังจากจดทะเบียน VAT แล้ว คุณมีหน้าที่ต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ. 30) ทุกเดือนภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป โดยคุณจะต้องเรียกเก็บ VAT ในอัตราร้อยละ 7 จากราคาสินค้าหรือบริการของคุณ


ข้อควรระวัง! สิ่งที่คนขายของออนไลน์มือใหม่มักพลาด

สำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มต้น ขายของออนไลน์ มีข้อผิดพลาดทางกฎหมายบางประการที่มักเกิดขึ้นโดยไม่ตั้งใจ ซึ่งคุณควรระมัดระวังและหลีกเลี่ยง


  • ไม่แสดงราคาสินค้าให้ชัดเจน: การไม่แสดงราคาสินค้าและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างชัดเจน ถือเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542

  • โฆษณาเกินจริงหรือทำให้เข้าใจผิด: การโฆษณาสินค้าหรือบริการโดยใช้ข้อความที่เป็นเท็จ เกินความจริง หรืออาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในสาระสำคัญเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการ ถือเป็นการกระทำที่ไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภค

  • ขายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์: การขายสินค้าปลอม หรือสินค้าที่ใช้ภาพหรือเนื้อหาที่มีลิขสิทธิ์ของผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต ถือเป็นการละเมิดกฎหมายลิขสิทธิ์

  • ละเลยเรื่อง PDPA: การไม่จัดทำนโยบายความเป็นส่วนตัว การไม่ขอความยินยอมในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า หรือการเปิดเผยข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต อาจนำไปสู่การละเมิด PDPA

  • ไม่จดทะเบียนธุรกิจเมื่อถึงเกณฑ์: การละเลยไม่จดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์กับ DBD หรือไม่จดทะเบียนธุรกิจตลาดแบบตรงกับ สคบ. เมื่อรายได้หรือลักษณะธุรกิจของคุณเข้าข่าย อาจทำให้คุณถูกปรับได้ 

  • ไม่ยื่นภาษีให้ถูกต้อง: การไม่ยื่นแบบแสดงรายการภาษี หรือการหลีกเลี่ยงการชำระภาษี ถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายภาษีอากร

  • ไม่จัดทำหลักฐานการซื้อขาย: การไม่จัดทำและส่งมอบหลักฐานการรับเงินและส่งมอบสินค้าให้กับลูกค้า อาจทำให้เกิดปัญหาในการพิสูจน์การซื้อขายในกรณีที่มีข้อพิพาทเกิดขึ้น ควรออกหลักฐานการซื้อขายทุกครั้งที่มีการชำระเงิน

  • ขายสินค้าต้องห้าม: การขายยาโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือสินค้าผิดกฎหมายอื่นๆ มีโทษตามกฎหมาย ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าสินค้าที่คุณจำหน่ายเป็นสินค้าที่ถูกกฎหมายและมีใบอนุญาตที่ถูกต้องหากจำเป็น

การเริ่มต้น ขายของออนไลน์ ให้ปลอดภัยตามกฎหมายอาจดูเหมือนมีรายละเอียดมากมาย แต่การทำความเข้าใจประเด็นสำคัญเหล่านี้ตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยให้คุณสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างราบรื่นและมั่นใจ การมีความรู้ความเข้าใจในกฎหมายที่เกี่ยวข้องไม่เพียงแต่ช่วยให้คุณหลีกเลี่ยงปัญหาทางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้น แต่ยังเป็นการสร้างความน่าเชื่อถือและความไว้วางใจให้กับลูกค้า ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่จะนำไปสู่ความสำเร็จในระยะยาว

สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการเริ่มต้นขายของออนไลน์อย่างมั่นใจในทุกขั้นตอนและถูกต้องตามกฎหมาย บริการจาก iACC Professional พร้อมให้คำปรึกษาด้านภาษี การบัญชี และการจัดการเอกสารที่เกี่ยวข้อง เรามุ่งเน้นให้บริการที่ชัดเจน โปร่งใส และตรงตามความต้องการของธุรกิจคุณ


FAQ


ทำไมผู้ที่เริ่มต้นขายของออนไลน์ต้องมีความรู้เรื่องกฎหมาย?

การมีความรู้ทางกฎหมายช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้ลูกค้า หลีกเลี่ยงปัญหาทางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้น เช่น การถูกปรับหรือฟ้องร้อง และยังเป็นการสร้างความยั่งยืนให้กับธุรกิจในระยะยาว.

หากคุณเป็นบุคคลธรรมดามียอดขายรวมกันไม่เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี อาจได้รับการยกเว้นไม่ต้องจดทะเบียนธุรกิจตลาดแบบตรงกับ สคบ. แต่หากเข้าข่าย 'การประกอบธุรกิจตลาดแบบตรง' หรือขายผ่าน E-Commerce ควรจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์กับ DBD และอาจต้องจดทะเบียนกับ สคบ. ด้วย ขึ้นอยู่กับลักษณะธุรกิจ.

ร้านค้าออนไลน์ต้องแสดงราคาสินค้าต่อหน่วยเป็นตัวเลขอารบิกที่ชัดเจน รวมถึงค่าบริการอื่นๆ และรายละเอียดของสินค้าต้องตรงกับความเป็นจริง ไม่บิดเบือนหรือทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิด.

มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 3 ตุลาคม 2567 ผู้บริโภคมีสิทธิเปิดพัสดุเพื่อตรวจสอบสินค้าก่อนชำระเงิน หากไม่ตรงตามที่สั่ง มีตำหนิ หรือไม่ได้สั่งซื้อ สามารถปฏิเสธการรับสินค้าได้.

ผู้ขายของออนไลน์ต้องขอความยินยอมก่อนเก็บ ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า จัดทำนโยบายความเป็นส่วนตัว เก็บข้อมูลเท่าที่จำเป็น มีมาตรการรักษาความปลอดภัยข้อมูล และห้ามเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลในที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต.

ต้องยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด. 90) และหากรายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) และยื่นแบบ ภ.พ. 30 ทุกเดือน.

การขายของออนไลน์โดยตรงถึงผู้บริโภคผ่านอินเทอร์เน็ต หรือช่องทางออนไลน์อื่นๆ โดยไม่มีตัวแทน อาจเข้าข่าย 'การตลาดแบบตรง' ซึ่งต้องจดทะเบียนกับ สคบ. ยกเว้นบุคคลธรรมดาที่มีรายได้ไม่เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี หรือ SMEs ที่มีคุณสมบัติตามกำหนดอาจได้รับการยกเว้น.

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย ได้แก่ ไม่แสดงราคาสินค้าชัดเจน โฆษณาเกินจริง ขายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ ละเลยเรื่อง PDPA ไม่จดทะเบียนธุรกิจเมื่อถึงเกณฑ์ ไม่ยื่นภาษีให้ถูกต้อง ไม่จัดทำหลักฐานการซื้อขาย และขายสินค้าต้องห้าม.


bottom of page